AC @ TU

posted on 20 Nov 2009 23:31 by bank2014

   วันนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ อืมมมมม มาแนะนำ คณะกันดีกว่า

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หลักสูตร ภาษาไทย)

มี 2 Program นะ คือ

1) หลักสูตร 4 ปี (ปริญญาตรี) เรียนที่ รังสิต

2) หลักสูตร 5 ปี (ปริญญาตรีควบโท) เรียนที่ ท่าพระจันทร์

 

เอาหลักสูตร 4 ปีก่อนหละกันนะ เพราะตอนนี้ฉันก้อเรียน 4 ปี

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หรือ เรียกสั้นๆว่า คณะบัญชี จิงๆแล้วมี หลายสาขามากกกกก ไม่ได้มีเฉพาะสาขาบัญชี

เราแบ่งออกเป็น 2 สาขาหลักๆ

 - สาขา การบัญชี (มี 1 เอก คือ เอก การบัญชี) >> ฉันเรียน

 - สาขา บริหารธุรกิจ (มี 6 เอก เด๋วค่อยว่ากัน)

                                                                                                                                 

                                                                                                                                 

    สาขา การบัญชี

ก้อเรียนเกี่ยวกับ บัญชี ล้วนๆ เจอแต่ AC AC AC AC เห้อออ ฟังแล้ว ลมจับ - -"

ทั้ง บัญชีชั้นต้น, ชั้นกลาง 1, ชั้นกลาง 2, ชั้นสูง 1, ชั้นสูง 2, บัญชีต้นทุน, ตรวจสอบบัญชี ฯลฯ

โดยเฉพาะ AC 311 : ชั้นกลาง 1 เนี่ยแหละ ตัวสกัดดาวรุ่งงงง

จบไปเป็นอะไรหรอ ก้อ ต้องไปฝึกงานใน Big 4 อ่ะ จากนั้นก้อเก็บประสบการณ์ แล้วไปสอบเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ที่มันเซนทีเป็นแสนๆ หุ หุ หุ

คำถามยอดฮิตมากที่ว่า คนเรียนบัญชีต้องเก่งเลขไหม

คำตอบคือ ไม่ต้อง ขอแค่ บวก ลบ คูณ หาร ถอดแสคว์รูท กำลังสอง เป็นก้อโอแล้ววว

เพระเราใช้เครื่องคิดเลขทั้งน้านนนนน

อ้ออออ เอกบัญชีที่นี่ ไม่ต้องเรียน Calculus นะ

แต่ว่าต้องเปนคนที่ละเอียด รอบคอบ นิดนึง

แต่ลองมาเรียนเหอะ แล้วจะรู้ แม้ว่าตอนนี้เพื่อนๆจะไม่เป็นคนละเอียด รอบคอบ

มาเรียนมันฝึกได้ ^ ^"

 

   สาขา บริหารธุรกิจ

มีหลายเอกมากกกกกก อันได้แก่

- เอก การเงิน (Finance)

   ก้อต้องเจอวิชา FN ทั้งหลาย แอบยากอยู่ โดยเฉพาะ FN311 ต้องเรียน Cal 1 ตัว

  จบไปก้อเปนพวก Financial Analyst วิเคราะห์ความเสี่ยง เล่นหุ้น ไรพวกนี้

- เอก การตลาด (Marketing)

   คนเรียน MK ต้องมีหัว Idea เก่งๆนิดๆ พวกความคิดสร้างสรรค์

   แล้วก้องานเยอะพอสมควร (หมายถึง การบ้าน) ต้องออกสถานที่ ไปศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ไรงิ

   จบไปก้อแน่นอน ทำงานด้านการตลาด เป็นฝ่ายเดียวนะที่จะหาเงินให้บริษัท

- เอก ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System)

  ก้อเรียนแบบ จะจัดการกับระบบคอมยังไง เอาระบบต่างๆไปช่วยธุรกิจยังไงบ้าง

 วางระบบสารสนเทศ เช่น ระบบบัญชี, ระบบฝ่ายบุคคล ให้องค์กรต่างๆ

  เป็นหัวหน้า ของพวกเด็กวิดยา-คอม อ่ะ เพราะเราสั่งให้มันเขียนโปรแกรมให้เรา 555+

- เอก การบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์การ (Human Resource and Organization)

  ก้อจบไปเป็นฝ่ายบุคคล (HR) เรียนง่าย เกรดดี แต่หางานยากนะ เพราะเด็กคณะอื่นมักจะมาแย่งงาน

  ไม่ก้อ ถ้าดีๆหน่อยก้อเป็นผู้บริหารไปเลย แต่ส่วนมากก้อเปนฝ่ายบุคคลแหละ

- เอก บริหารการปฏิบัติการ (Operation Management)

  จบไปเป็นพวกฝ่ายตัดสินใจ โดยเฉพาะฝ่ายการผลิต สินค้าคงคลัง พวกนี้

  ไม่ก้อพวกอธิบายถึงความเป็นไปของธุรกิจว่าตอนนี้เป็นยังงัย อะไรงิ

   เรียนยากนะ เพราะต้องใช้เลขเยอะอ่ะ แบบอธิบายความเป็นไปของสิ่งต่างๆในบริษัท เช่น สินค้น ฯลฯ

- เอก บริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติก และการขนส่ง (Intenational Business Logistic and Transportaion)

>> มี 3 กลุ่ม : ธุรกิจระหว่างประเทศ, โลจิสติก, การขนส่ง

   ส่วนใหญ่ก้อมาเรียน เอกนี้กันเยอะ เพราะตลาดกำลังต้องการ

อย่าง IB = ธุรกิจระหว่างประเทศ ก้อนะ ชื่อก้อบอกกันตรงๆ

จบไปก้อเมพด้านนี้เลย ควรเก่งภาษาอื่ไว้ด้วยนะจะดีมากๆ

หรือ IT โดยเฉพาะ Logistic ก้อแบบ ขนส่งทางเรือ นั่นเอง เปนพวกหัวหน้าคุมพวก shipping ที่ท่าเรือ

หรือจะทำในบริษัทก้อได้ วางแผนการขนส่งสินค้น อะไรทำนองนี้

หรือ International Transporation ก้อเรียน ขนส่งทุกรูปแบบโดยเฉพาะบนบกเนี่ยแหละ

คนแห่กันมาสายนี้เริ่มเยอะขึ้นะแล้วนะเพราะตลาดเริ่มเปิดกว้างงง

- เอก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Business)

 เอกนี้เรียนแยกมาเลย ก้อเรียนทุกอย่างตั้งแต่ เบื้องต้น, ประเมินราคา, การลงทุนในพวกอสัง ฯลฯ

จบไปเป็นนายหน้าขายบ้าน 555+ ไม่หรอกกกก ก้อไปเปนพวกนักประเมินสินทรัพย์ก้อได้ ไม่ก้อเปนนายหน้ากลุ่มลงทุนในธุรกิจพวกนี้

 

 มาดูความสัมพันธ์กัน

MK = ฝ่ายหาเงินเข้าบริษัท โดยขายสินค้าเพื่อทำกำไร

OM = ผลิตสินค้า โดยทำให้ต้นทุนต่ำสุด

AC = ลงบัญชีเรื่องเงินไหลเข้า ไหลออก ทำงบการเงิน

FN = เอางบการเงินมาดูว่าตอนนี้บริษัทรวย/จน? แล้วจะเอาเงินไปลงทุนที่ไหน จะจัดหารเงินยังไง

HO = จัดหาคนเก่งๆมาทำงานในทุกๆฝ่าย บริหารคน ดูแลพนักงานทุกคน

IS = เอาคอมฯ+เทคโนโลยี มาช่วยบริหาร เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ทันสมัยกว่าบริษัทอื่นๆ

IBLT = เอาสินค้นไปส่งลูกค้ายังไง ให้ต้นทุนต่ำๆ รวดเร็ว ลูกค้าปลื้ม

RB = เอ่อออออ ก้อหาที่ดินสร้างโรงงานงัย ไม่ก้อหาที่ดินเพื่อสร้างความเติบโตทางธุรกิจ

 

เหนปะว่าทุกๆฝ่ายสัมพันธ์กันหมดเลยยยยย > <~

 

 นี่แหละ คณะบัญชี

ไว้คราวหน้าจะมาแนะนำโต๊ะแต่ละโต๊ะให้ฟัง ^^" สนุกแน่

ตอนนี้ดูวิชาการจัง ^ ^"

 

อ้อออ เราเปิด blog ใหม่ อยู่ที่ http://bank2014.exteen.com นะ

ไปเม้นกันเยอะๆ ^ ^"

 

แบงค์,

ดอกไม้ในแจกัน

posted on 19 Nov 2009 20:39 by bank2014

  ผ่านไป 3 วันแล้วนะที่ฉันต้องไป-กลับบ้าน (แทนที่จะได้อยู่หอ) นั่นเปนเพราะ พ่อ+แม่ฉันบังคับ

พูดตรงๆว่าเหนื่อยมากจาก ธรรมศาสตร์รังสิต มา ประชาชื่น 37 เนี่ยยยย = ="

อยากอยู่หอออออ TT^TT

 

   วันนี้มีเรื่องที่ฉันนั่งคิดเรื่องนึง

 ฉันนั่งคิดเรื่องของตัวเอง...ฉันกำลังคิดว่า ตัวเราเองผิดปรกติทางจิตหรือเปล่า?

แต่ เฮ้ๆ ๆ ใจเยนๆ ฉันไม่ได้บ้านะ เพียงแต่มานั่งคิดว่า จิตเราไม่เหมือนคนอื่นยังไง

บอกตรงๆว่า เราก้อมีความรู้สึกว่าตัวเองผิดปรกติทางจิตอยู่นิดๆ

เป็นต้นว่า เป็นคนนิสัยแบบนี้

1. ถ้ารักใคร จะทุ่มใจไปเลย 100% ไม่เผื่อใจที่จะเสียใจเลย

เช่น เรื่องพี่รหัส เพื่อนฉันบอกว่า ฉันบ้าพี่รหัสมากกกกกกเกินไป ซึ่งพอมานั่งคิดก้อบ้าจิงๆ

แต่ว่า มันเป็นเพราะนิสัยของตัวเราเองที่เป็นคนแบบนี้ ให้ใจไปเต็มๆเลย รักมาก ทุ่มมาก

แบบนี้แหละ ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองผิดปรกติทางจิต เพราะคนอื่นไม่เป็นอย่างนั้น

 

2. ไม่ชอบคนไม่จริงใจ ต่อหน้าพูด+คิดอย่าง ลับหลังอีกอย่าง

 ฉันเข้าใจว่าการนินทาเป็นเรื่องธรรมชาติของคน แต่ฉันก้อไม่ชอบให้ใครมานินทาตัวเอง

แปลกเนอะ ฉันเองก้อพยายามจะไม่นินทาคนอื่น แต่ก้อพูดแซวๆบ้าง มันก้อมี

แต่ก้อจาพยายามไม่นินทาคนอื่น :)

 

3. เป็นคนคิดมาก คิดมากจิงๆ เอาคำพูดของคนนั้นคนนี้มาใส่ใจ ปลงไม่ลง

ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆจะไมคิดมากนะ แต่ถ้าใครก้อตาม มาพูดเรื่องตัวฉัน ฉันก้อจะเก็บมาคิดเยอะแยะไปหมด

 

และอื่นๆอีกมากมาย

เหล่านี้แหละที่ทำให้ฉันมักคิดว่า ตัวเองผิดปรกติทางจิต

 

แต่ฉันก้อมานั่งคิดอีกว่า

 

ทำไมเราต้องเหมือนคนอื่นด้วย? ไม่เหมือนไม่ได้เหรอ?

เป็นต้นว่า ถ้าคนอื่นทำแบบนี้ แล้วถ้าฉันไม่ทำตาม สรุปว่า ฉันผิดปรกติ

แค่นี้? เพราะงั้น ฉันควรทำตามคนอื่น ฉันจึงจะเป็นที่ยอมรับจากคนอื่นว่า ฉันปรกติทางจิต

 

หลายครั้งที่มีคนมาบอกว่าฉันดูเหมือนไม่แมน ฉันก้อมานั่งคิดว่า

เราต้องทำเหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นๆในสังคมทุกอย่างเลยเหรอ

เช่นว่า ต้องเตะบอล, ติดเกมส์, จีบ ญ, ทำตัวแนวๆ ฯลฯ และอะไรอีกหลายอย่าง

ถ้าเราไม่เตะบอล ไม่ติดเกมส์ ไม่จีบ ญ ไม่ทำตัวแนว ก้อเลยสรุปว่าไม่แมนงั้นหรอ?

ทำไมต้องทำตัวแบบนั้น ไม่ทำไม่ได้เหรอ

 

หรือเป็นต้นว่า หลายครั้งที่มีคนมาบอกฉันอีกว่า ฉันเป็นนักเรียนไม่ดี

แค่เพียงเพราะ ไม่เชื่อครูผู้สอน เพราะฉันคิดอีกแบบนึง ตอบอีกแบบนึง ฉันก้อเลยโต้ตอบกับอาจารย์ไปตามความคิดของฉันอย่างสมเหตุสมผล

และฉันไม่ชอบอาจานคนนี้

ฉันต้องเชื่อเขา 100% ฉันจึงจะเป็นนักเรียนที่ดี? อย่างนั้นเหรอ

 

   แต่ฉันก้อมานั่งคิดอีกว่า ถึงแม้ว่าเราจะไม่ทำตัวเหมือนคนอื่น หรือ ทำตัวผิดจากคนอื่น แต่เราไม่ได้ทำร้ายใคร เราสบายใจก้อโอเคนะ :)

เพราะความจริงอยู่ในใจของเราทุกคน

เช่น ถึงแม้ว่า คนอื่นจะมองว่าฉันเป็นนักเรียนที่แย่ แต่ว่าฉันก็ตัวเองว่า ฉันไม่ได้เลวขนาดนั้น

หรือใครจะมองว่าไม่แมน แต่ความจริงในใจฉันก็รู้อยู่

ถามว่า "ทรมาน" ไหม? เวลาที่คนอื่นมองว่าฉันผิดปรกติทางจิต

ยอมรับเลยนะว่า "แย่" มากๆ ทรมาน เจ็บปวด

แต่ฉันก้อเข้าใจว่า คนเราไม่ใช่เครื่อง x-ray ที่สามารถมองทะลุเข้าไปในใจได้

เพราะ คนเรายังใช้ สายตามองอยู่ ดังนั้นจึงมองได้แต่ภายนอก

ไม่ได้ใช้ "จิตใจ" มองคนอื่น

แต่ก้อไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ก้อต้องทนกันไป จนให้เค้ารู้ความจริงในใจของเรา

ฉันเชื่อว่า คนที่อยู่ข้างกายฉัน จะรู้ว่าฉันเป็นคนยังไง

ทำไมต้องไม่เชื่ออาจาน ทำไมต้องไม่ชอบ ทำไมฉันจึงคิดอย่างนี้

 

 ที่มาเขียนอย่างนี้ เพราะต้องการอยากให้รู้ว่า จริงๆแล้ว ฉันก็เป็นคนที่เก็บคำพูดของคนหลายๆคนมาขมวดได้ถึงขนาดนี้เหมือนกัน ฉันไม่ได้เครียดนะ เพียงแต่ว่าเป็นสิ่งที่ฉันคิดขึ้นมาตอนฟุ้งซ่าน 5555+ แบบไม่มีรัยจะคิดนั่นแลๆ :)

 

แบงค์,

 

ดอกไม้ที่เห็นว่ามันดูสวยเมื่อใส่แจกัน ได้ถามมันไหมว่าโดนบังคับหรือสมัครใจ

แต่อยากเป็นตัวเอง อยากเป็นตวัฉันคนเดิม อย่าเติมอะไรลงไป

 

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ

ถูกเขาทำร้ายเพราะใจเธอแบกรับมันเอง

 

ดิน น้ำ ต้นไม้ ทะเล ทราย ก้อนหิน ลม และภูเขา

มันไม่เคยแคร์และไม่สน ไม่กังวลใครจะเปลี่ยนผัน

มันไม่มีใจ ไม่ทุกข์ร้อน แต่มันบังเอิญ ไม่ใช่ฉัน

 

 

แค่ได้คิดถึง

posted on 17 Nov 2009 19:58 by bank2014

 

"ขอบฟ้าที่เรานั่งมองคราวนั้นยังมีความหมาย

ต้นไม้ลำธารยิ่งมอง ยิ่งคิดถึงเธอมากมาย

ชีวิตที่มันขาดเธอ วันนี้ยังเดินต่อไป"

"แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ"

 

 จริงๆแล้ววันนี้มีงานบาสประเพณีของ คณะบัญชี ระหว่าง จุฬา กับ ธรรมศาสตร์

แต่เนื่องด้วยวันนี้ ฉันต้องไปซื้อของขวัญให้พี่รหัส + เหนื่อย อยากพักมาก เพราะตั้งแต่วันพฤหัสที่แล้ว ก้อเหนื่อยกับงานศพของคุณยายมาโดยตลอด ทำให้วันนี้ ฉันอยากพักผ่อนมากๆ เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไป :(

 

  จริงๆตอนแรกจะไปซื้อทีเดอะมอลล์ แต่เผอิญเพื่อนฉัน (ป๋า) ชวนไป ฬ

ก้อเลยไป

ทำให้วันนี้ไปย่ำแดน ฬ อีกครั้ง (รอบที่ 3 แล้วนะเนี่ยยย 555+)

 ก้อเจอเพื่อนๆที่ ฬ อยากจะบอกว่า ฬ ก้อยังคงไว้ซึ่งความงามของสถานที่จิงๆ

รวมไปถึงคนด้วย 5555+

 

 เจออาม & เพื่อนๆของอาม + ปุ้น ก้อไปกินก๋วยเตี๋ยวอดทนกัน ของคณะรัฐศาสตร์

ก้อไม่ได้อร่อยมากอ่ะ แต่ก้อใช้ได้ๆ (แอบแพงอยู่นะ มีหลาย rate)

 

 วันนี้มีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟัง คือ อยากจะบอกว่า ฉันคิดถึงเรื่องราวเก่าๆมากมาย

โดยเฉพาะ "เพื่อน" เก่าของฉันหลากหลายคน ตั้งแต่สมัย เพชรรัชต์ + สวนสุนันทา

เพื่อนสมัยเพชรรัชต์ไม่รู้เปนยังไงบ้าง

ยังจำได้สมัยนั้น ตั้งแต่ อนุบาล ยัน ป.6 เป็นเวลาที่ยาวนานมาก

เรามักมีวีรกรรมด้วยกันหลายเรื่อง ทั้งการทะเลาะกัน แซว เล่นด้วยกัน

ป.1/3 ยัน ป.6/3 เราอยู่ด้วยกันมาตลอด

มด, ม่วง, ปอมปอม, แจม, จูน, ฝ้าย, ปืน, บุ๊ง, แม็กกี้, พิโธ่, ฮุ้ง, อิคคิว, ป๊อก ฯลฯ

สมัยเด็กเล่นหลายอย่าง เป็นตั้งแต่ ลูกแก้ว, ยูกิ, โดดยางก้อเคยนะ, เป่ายิงฉุบราชา ฯลฯ

จำได้ว่า ที่ฉันชอบเลขเพราะโรงเรียนนี้ด้วย

อาจารย์ของที่นี่ก้อดูแลฉันมาโดยตลอดแม้บางท่านจะลาออกไปแล้ว

อ.ลัดดาวัลย์, อ.กาญจนา, ครูน้อย, อ.พรศรี, อ.แดง, อ.ไพเราะ ฯลฯ

ยังคิดถึงอาจารย์ทุกๆท่านมากๆ อยากไปหาสักครั้ง แต่ไม่มีเวลาเลย

 

พอก้าวเข้ามาสู่รั้วมัธยม แห่ง โรงเรียนมัธยมสาะตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา...ฉันสอบของสวนสุนันทาติด ยอมรับว่าดีใจมากๆ เพราะสอบได้ ที่ 29 จาก 500 กว่าคน แต่ดันสอบตกสัมภาษณ์ เพราะฉันแนะนำตัวไม่เองไม่ผ่าน (เพราะตอนนั้นฉันกลัว+ตื่นเต้นมากๆ) ทำให้ตกสัมภาษณ์

แต่ก้อใช้เส้นสายนิดหน่อยก้อเลยผ่านเข้ามาได้

สมัย ม.ต้น ยอมรับว่าเป็นคนนิสัยไม่ดีมากๆ ไม่อยากพูดถึงมันเท่าไหร่

สมัย ม.3 ฉันเคยทะเลาะกับเพื่อนกลุ่มนึงนะ ทะเลาะกันแรงมากๆ แต่ว่าพอมาถึงวันนี้ หลายๆคนในกลุ่มกลับเป็นคนที่ฉันสนิทด้วยมากมาย

ฉันเสียดายวันเวลาตอนม.ต้น เพราะฉันมัวแต่เรียน เรียน เรียน

พอขึ้น ม.ปลาย ฉันกลับมาสนิทกับคนอีกกลุ่มนึง เริ่มรู้จักโลกภายนอก

อยู่ ม.ปลาย เป็นช่วงชีวิตที่สนุกมากกกกกกก โดยเฉพาะ ม.6

ประสบการณ์ที่ประทับใจไม่รู้ลืม คือ ตอน ม.4 ขึ้น ม.5

ช่วงนั้นฉันพยายามฟิตภาษาอังกฤษมาก เพราะแต่ก่อนฉันทรนงตัวเองว่าเก่ง แต่พอเจอ อ.กุ้ง เอาข้อสอบ Ent' มาออก ก้อพบความจริงทันที

ฉันชอบชีวิตตอน ม.4 ขึ้น ม.5 มากๆ เป็นช่วงที่ฉันใช้ความพยายามมากๆกับอังกฤษจนได้ดี

แต่ชีวิต ม.6 สนุกสนานมากมาย ทำไว้หลายวีรกรรมจิงๆ

เพื่อนสมัยสวนนัน ฉันยังคงรักและคิดถึงอยู่มากมาย ถึงแม้บางคนจะอยู่ต่างห้อง แต่ฉันมีความรู้สึกดีๆให้กับเพื่อนๆเสมอมา...และตลอดไป

คิดถึงกลุ่มปอ...กลุ่มที่ร่วมเป็น ร่วมตาย ร่วมทุกข์ ร่วมสุข มาโดยตลอด กินข้าวกลางวันด้วยกัน เรียนดาว้องก์ด้วยกัน ทำงานวัดด้วยกัน

คิดถึงกลุ่มเพื่อนที่เคยนั่งติดกัน...กลุ่มที่ทำงานด้วยกัน นั่งคุย เสวนาบ่อยมาก จนสนิทกัน แบ่งปันความรู้ ช่วยให้ฉันเรียนสายวิทย์รอดมาโดยตลอด

คิดถึงเพื่อนๆ 6/2...เพื่อนๆที่ร่วมชะตากรรมด้วยกัน ทุกทุกงาน ทั้งงานพละ งานห้อง งานชั้น แม้ว่าฉันจะไม่ได้สนิทกับทุกทุกคน แต่ก้อคิดถึงเรื่อยมานะ ^ ^"

คิดถึงกลุ่มเพื่อนที่นั่ง Taxi รด. ไปด้วยกัน...กลุ่มอีกห้องนึงที่ฉันต้องนั่งไปด้วยทุกครั้ง

คิดถึงเพื่อนห้อง 1และ ห้อง 3....แม้จะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ก้อเคยช่วยเหลือกัน พูดคุย ปรับทุกข์ต่างๆ

 

พูดตรงๆว่า เพื่อนสมัยสวนนันเป็นเพื่อนรักของฉันจริงๆ โดยเฉพาะคนที่ฉันสนิทด้วย หลายๆคน แม้ว่าตอนนี้แทบจะไม่ได้คุยกัน แต่ก้ออยากให้รู้ว่ายังคิดถึงเหมือนเดิม

 

พอสอบ Smart-I ผ่าน ก้าวเข้ามาสู่ คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจอะเจอเพื่อนใหม่มากมาย ยอมรับว่า ฉันไม่ค่อยกล้าจะพูดกับเพื่อนๆ เหมือนเราจูนกันไม่ติด ช่วงสมัยก่อนเปิดเทอมที่เราต้องไปซ้อมร้องเพลงทุกวันๆ ฉันไม่สนิทกับใครเลย

ยอมรับว่า แรกๆฉันเครียด+เศร้ามาก ฉันมักจะคิดว่า "เราจะมีเพื่อนใหม่ไหม?" หรือเป็นเพราะ นิสัยเรามันไม่ดี เพื่อนเลยไม่ชอบคุยกับเรา แต่พอไปๆมาๆก้อพบว่า ฉันมันไม่ดีจิงๆนั่นแหละ 55555+

แต่ก้อโอเค เพื่อนที่มหาลัยก้อน่ารักกันทุกๆคน แต่ว่าขอใช้เวลาสักนิดก่อน เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตจะเปนยังไง แต่ฉันเชื่อว่า เพื่อนที่นี่ย่อมดีเหมือนที่ผ่านๆมาแน่นอน

 

 นี่แค่ฉบับย่อๆนะ ฉันมีความรู้สึกว่า ชีวิตในสมัยอดีตของฉันเป็นอะไรที่สนุกสนานมาก แม้ว่าตอนนั้นมันจะเจ็บปวดทรมานแค่ไหน แต่พอมายืน ณ ตรงจุดนี้กลับพบว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะกลับไปเหมือนเดิม อยากย้อนเวลาไปตอนนั้นจิงๆ แต่ก้อทำไม่ได้ ทำให้เสียดายอะไรหลายๆอย่างมากมาย

 ดังนั้น ทุกวันนี้ฉันมักคิดเสมอว่า เราต้องทำอะไรให้เต็มร้อย เทใจให้ไปเลย แม้ว่าบางครั้งผลกลับมามันทำให้ใจเราเจ็บปวด แต่ก้อยังดีกว่าการที่เราอยู่เฉยๆเนอะ

 

แบงค์,

 

 "และจะคิดถึงเธอตลอดไป"